วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ราชบุรีโหนกระแสทวายโปรเจ็กต์ ราคาที่ดิน"เขตเมือง-สวนผึ้ง"พุ่ง

ราคาที่ดินเมืองราชบุรี-สวนผึ้ง จ่อทะลุไร่ละ 20 ล้านรับกระแสเปิดเออีซี-ทวายโปรเจ็กต์ โครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์เริ่มบูม ขณะที่ตลาดอพาร์ตเมนต์มาแรง "บ้าน108" ทุนท้องถิ่นเตรียมลงทุนเพิ่ม 20 ล้าน ผุดอพาร์ตเมนต์เจาะตลาดนักศึกษา คนวัยทำงาน
นายธนัญชัย วัดเอก เจ้าของกิจการอพาร์ตเมนต์บ้าน108 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดราชบุรีขยายตัวมากขึ้น หลังจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 เนื่องจากราชบุรีเป็นจังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงทำให้ประชาชนในจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครปฐม กรุงเทพฯ หนีปัญหาน้ำท่วมเริ่มเข้ามาหาที่อยู่อาศัยแห่งที่ 2 มากขึ้น

ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ของราชบุรีส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มทุนท้องถิ่น 80% และอีก 20% เป็นทุนจากต่างจังหวัด ซึ่งไม่ใช่ทุนจากส่วนกลาง

ซึ่งทำเลหลักที่มีการลงทุนโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม ยังคงอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอรอบนอกในรัศมีประมาณ 3 กิโลเมตร ทำให้ราคาที่ดินในเขตเมืองปรับตัวสูงขึ้นจากไร่ละ 12 ล้านบาท เป็นไร่ละ 16 ล้านบาท ขณะที่ในเขตอำเภอสวนผึ้งจะเป็นกลุ่มทุนจากภาคใต้เข้ามาลงทุนรีสอร์ต

"คาดว่าภายใน 2-3 ปีนี้ และหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเปิดโครงการทวายโปรเจ็กต์ จะทำให้ทุนท้องถิ่นและทุนจากส่วนกลางเข้ามาลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ในราชบุรีมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง และชานเมือง ราคาที่ดินในเขตเมือง และอำเภอสวนผึ้งจะทะลุไร่ละ 20 ล้านอย่างแน่นอน"

สำหรับกิจการอพาร์ตเมนต์ให้เช่านั้น ปัจจุบันในเขตเมืองมีประมาณ 20-30 แห่ง และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่องรองรับการขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการศึกษาซึ่งมีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ยังมีการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้มีแรงงานจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในจังหวัดราชบุรีมากขึ้น

นายธนัญชัยกล่าวอีกว่า ได้ลงทุนสร้างอพาร์ตเมนต์ให้เช่า 1 แห่ง จำนวน 15 ห้อง ค่าเช่าเดือนละ 2,200 บาท อัตราเข้าพักเต็ม 100% และภายใน 2-3 ปีนี้จะลงทุนสร้างเพิ่มอีก 2 แห่งหน้าวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี อำเภอเมือง และบริเวณตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง ใช้งบฯลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท ลูกค้าเป้าหมายคือ นักศึกษาและคนวัยทำงาน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เมื่อญี่ปุ่นจะสร้างพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก กับโครงการเมืองแห่งโลกอนาคต The Shimizu Mega-City Pyramid



     รายการ "สำรวจโลก" Explorer ช่องรายการสารคดี ๒๔ ชั่วโมงของ Nextstep Television ได้นำเสนอเรื่องราวเชิงเทคโนโลยีและวิศวกรรมตอนหนึ่งซึ่งกล่าวถึงโครงการก่อสร้างที่โตเกียว เห็นแล้วน่าสนใจมาก ทันทีที่ได้ชมรายการนี้จนจบ ผมก็ลงมือเขียนต้นฉบับเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีเลยครับ

     Mercer สถาบันที่ปรึกษาการบริหารที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ทำการสำรวจเมืองใหญ่ๆของหลายประเทศกว่า ๒๐๐ เมือง จาก ๖ ทวีป โดยตั้งชื่องานวิจัยนี้ว่า "เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ประจำปี ๒๐๐๙" โดยที่การสำรวจนี้มุ่งเน้นพิจารณาข้อมูลจากค่าใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวันกว่า ๒๐๐ รายการ อาทิเช่น ที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายด้านบันเทิง อาหาร เสื้อผ้า และอื่นๆ ซึ่งผลสำรวจที่ออกมาก็พบว่าเมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ ๑ ก็คือ "มหานครโตเกียว"แห่งญี่ปุ่นครับ


ภาพที่ ๑ โตเกียว เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ประจำปี ๒๐๐๙

     และแน่นอนว่าญี่ปุ่นเองก็เจอและรู้เห็นปัญหานี้มานานก่อนที่ทาง Mercer จะทำการสำรวจเสียอีกเพราะประชากรร้อยละ ๑๐ ของประเทศญี่ปุ่น จำนวนกว่า ๑๒ ล้านคนต่างเข้ามาแออัด ยัดเยียดกันอยู่ที่กรุงโตเกียว ทว่า..เมืองที่เร่งรีบแห่งนี้ก็ยังได้รับความนิยมและถูกเลือกให้เป็น ๑ ใน ๕ เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก! และแม้ว่าระบบขนส่งของที่นี่จะได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีความเร็วและระบบการบริหารจัดการให้ดีที่สุดเพียงใดก็ตาม แต่ปัญหาที่คนญี่ปุ่นกำลังประสบพบเจออยู่ ณ ปัจจุบันก็คือ เวลาที่ใช้ไปในการเดินทางนั้นก่อให้เกิดความสูญเสีย(MUDA)และเกิดค่าใช้จ่ายที่ยังมากอยู่ ซึ่งโดยธรรมชาติของคนญี่ปุ่นที่มักจะมีนิสัยชอบการปรับปรุง พัฒนาอะไรต่างๆอยู่เป็นนิจ ดังในคำในภาษาญี่ปุ่นที่เรียกว่า Kaizen (Continuous Improvement) ทำให้มีหลายคนกำลังฝันถึงบางสิ่ง..บางอย่างที่กำลังจะเข้ามาปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้นยิ่งกว่านี้

     และนั่นเป็นที่มาของแนวความคิดที่จะสร้าง"เมืองในแนวตั้ง"อย่างกับที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์ไซไฟ (Sci-Fi) อย่างเรื่อง The Fifth Element หรือ I-Robot กับสิ่งที่กำลังท้าทายวงการวิศวกรรมที่พวกเขาคิดฝันว่าจะ"ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้"


ภาพที่ ๒ โฉมหน้าของโครงสร้างมหัศจรรย์ที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการวิศวกรรม

     Shimizu Group กลุ่มบริษัทออกแบบและก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่รายหนึ่งของญี่ปุ่นได้นำเสนอโครงการ"สุดยอดอภิมหาเมกะโปรเจค" ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาตร์การสร้างเมืองของมนุษยชาติเพื่อมุ่งหน้าสู่โลกแห่งอนาคต ที่มีชื่อว่า "The Shimizu TRY Mega-City Pyramid" ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างเคหะสถานรูปทรงพีระมิดขนาดยักษ์ที่บรรจุเมืองขนาดย่อมๆทั้งเมืองเอาไว้ภายในโครงสร้าง ณ บริเวณอ่าวโตเกียว


ภาพที่ ๓ Concept Design ของมหาพิระมิดแห่งโตเกียว The Shimizu Mega-City Pyramid

      โครงสร้างเบื้องต้นของ Mega-City Pyramid ที่ออกแบบไว้จะสูงกว่าปิรามิดแห่งอียิปต์ ที่เมืองกิซ่าอยากมากมาย โดยความสูงจะอยู่ที่ ๒,๐๐๔ เมตร หรือ ๒ กิโลมตรจากพื้นดิน และอัตราส่วนจะใหญ่โตกว่าถึง ๑๒ เท่าเลยทีเดียว ซึ่งจะมีแนวเส้นรอบวงชั้นฐานของอาคารขนาด ๒,๘๐๐ เมตร หรือมีพื้นที่ประมาณ ๒๕ ตารางกิโลเมตร ซึ่งถ้าหากโครงการนี้มีการก่อสร้างจริงแล้วล่ะก็ มันจะกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมาเลยล่ะครับ


ภาพที่ ๔ ลักษณะโครงสร้างของพิระมิดและตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์

ส่วนภายในตัวอาคารจะแยกเป็นสัดส่วน ซึ่งจะประกอบไปด้วย
- พื้นที่สำหรับพักอาศัย ๒๔๐,๐๐๐ ยูนิต เพียงพอสำหรับรองรับประชากรได้ ๗๕๐,๐๐๐ คน
- พื้นที่เชิงพาณิชย์ ๒๔ ตารางกิโลเมตร รองรับคนได้ ๘๐๐,๐๐๐ คน
- พื้นที่สำหรับงานด้านวิจัยและพักผ่อนสันทนาการ ๑๔ ตารางกิโลเมตร
แต่ละอาคารจะมีแหล่งพลังงานของตัวเอง โดยมาจากแหล่งความร้อนของแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอต่อความต้องการของระบบ ดังนั้นไฟฟ้าอีกส่วนที่จ่ายเข้าสู่เมืองพิระมิดแห่งนี้จะมาจากพลังงานจากคลื่นที่อ่าว และการสกัดจากสาหร่ายชนิดหนึ่งที่จะมีพิ้นที่สำหรับสร้างไฟฟ้าที่บริเวณฐานของพิระมิด นอกจากนี้กระจกและพื้นที่บางส่วนของพีระมิดจะถูกเคลือบด้วยฟิล์มที่มีความบางในระดับนาโนเมตรซึ่งบรรจุเซลล์โฟโต้โวลตาอิก (Photovoltaic Cells) เอาไว้เพื่อทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงแดดไปเป็นไฟฟ้าเพื่อใช้เป็นแหล่ง พลังงานหลักของพีระมิดยักษ์แห่งนี้


ภาพที่ ๕ โครงสร้างฐานและตัวอาคาร

     อีกประเด็นที่น่าสนใจของการออกแบบโครงการนี้คือ การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงมาก จนมีการวิจัยทำวัสดุพิเศษเพื่อมาใช้เสริมให้กับเหล็กกล้าคือ คาร์บอน นาโนทิวส์ (Carbon Nanotubes)ซึ่งเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างพื้นฐานของกราไฟท์ จะคล้ายกับโมเลกุลของเพชร และน่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของวงการโลหะการ (Metallurgy)ในปัจจุบัน


ภาพที่ ๖ อาคารและการคมนาคมขนส่งประชากร

     ส่วนการเดินทางภายในตัวอาคาร ได้มีการออกแบบให้ใช้ทางเลื่อนความเร็วสูง(ประมาณ ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และลิฟท์ทางลาด รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนภายใน ซึ่งไม่ต้องใช้คนขับ ส่วนพื้นที่สำนักงานและพักอาศัยซึ่งจัดทำเป็นอาคาร ๓๐ ชั้น มีระบบกันสั่นสะเทือนตั้งแต่ชั้นบนลงมาถึงชั้นล่างและยึดติดกับโครงสร้างพีระมิดด้วยเคเบิลทำจากนาโนทิวส์


ภาพที่ ๗ ระบบขนส่งด้วยรถไฟฟ้าพลังงานสะอาด